วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2552

วิธีอ้วนจ้า....

วันนี้ผมได้คัดลอกบทความ จากเว็บไซต์ ชื่อดัง cheewajit.com (ชีวจิต) เป็นเรื่องเกี่ยวกับ คนผอมที่อยากอ้วนครับ ปกติไปที่ไหน พวกเราคนผอมจะเจอ แต่ข้อมูล เคล็ดลับ ของคนอ้วนอยากผอม สูตรลดน้ำหนักอะไรต่างๆ มากมายด้วยกัน ยิ่งอ่าน ยิ่งฟัง มันก็สะท้อนใจ




วันนี้ได้เคล็ดลับจากเว็บชีวะจิต เปรียบเสมือน ก๊วยเจ๋ง ได้คัมภีร์ นพเก้า เหมือนแมวติดปีก ทำให้เราคนผอม (ผมก็ผอมเหมือนกัน อยากอ้วนๆๆๆ) มีความหวังขึ้นมาทันใดครับ โดยผู้รู้ที่ให้ข้อมูล ท่านเขาเขียนไว้ดังนี้...


กุ้มใจจริงๆ อยากมีเนื้อมีหนังกะเค้าบ้างจังเลย... ใครว่ามีแต่คนอ้วนที่อยากผอม ส่วนคนผอมก็อยากอ้วนกะเค้าบ้างเหมือนกันนะจ๊ะ เราก็เป็นคนนึงที่มีรูปร่างผอม เวลาซื้อเสื้อผ้าก็หาใส่กะเค้ายากเหมือนกัน ต้องไปหาซื้อเสื้อผ้าเด็กโต้ๆ ใส่แทน เวลาไปซื้อก็อายเหมือนกันนะ ต้องเอามาเทียบดู ไม่ก็ลองใส่ ใครมีปัญหาแบบนี้อยู่บ้างอะป่าว วันนี้เรามีทางออกให้ โดยการเพิ่มน้ำหนักอย่างมีสุขภาพดี Y__Y




เรามาพบกับ 6 วิธีการเพิ่มน้ำหนักอย่างมีสุขภาพดีกันดีกว่า



  • เราควรกินให้บ่อยขึ้น โดยการแบ่งมื้ออาหารให้ถี่ขึ้น แทนที่จะกินอาหาร 3 มื้อหลักให้แบ่งเป็น 5 -6 มื้อต่อวัน

  • เราต้องหันมาเลือกกินคาร์โบไฮเดรตมากขึ้น แต่ต้องเป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีคุณภาพมากขึ้น เช่น ข้าวกล้อง ธัญพืชต่างๆ ขนมปังโฮลวีต หรือคาร์โบไฮเดรตจากผัก ผลไม้ อย่างข้าวโพด เผือก หรือมันอบ

  • เราต้องกินโปรตีนมากขึ้น โดยเน้นโปรตีนจากเนื้อปลาเป็นหลัก โดยเฉพาะปลานึ่ง

  • ระหว่างมื้อให้เราวางของกินเล่น หรือขนมขบเคี้ยวไว้ใกล้มือ เช่น มิกซนัท ผลไม้แห้ง อย่างลูกเกด ถั่วหรือ ธัญพืชอบต่างๆ

  • เราควรดื่มน้ำผลไม้เป็นประจำทุกวัน โดยเลือกผลไม้ที่ไม่หวานจนเกินไป วิธีนี้ช่วยเพิ่มแคลอรีอีกทางหนึ่ง

  • เราควรออกกำลังกายด้วยการยกน้ำหนัก เพราะช่วยสร้างกล้ามเนื้อ แต่ไม่แนะนำให้ ออกกำลังกายแบบแอโรบิก เพราะวิธีนี้เหมาะกับการลดน้ำหนักมากกว่านะจ๊ะ
แท้จริงแล้วการเพิ่มน้ำหนักให้สมส่วนนั้นก็เพื่อสุขภาพ และบุคคลิกภาพของเราให้ดูดี แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งการที่เรามีน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐานนั้น บางครั้งก็แสดงถึงปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น การทำงานของฮอร์โมนผิดปกติ เราจึงควรได้รับตรวจรักษาสุขภาพหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายร้ายแรงแก่ร่างกายนะคะ +__-

วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2552

กระชายพระเอกตัวจริงของไทย PART II

กระชายยอดสมุนไพร
เมื่อวันก่อนผมได้มาเกริ่นเรื่องราวเกี่ยวกับกระชายไว้ แล้วยังบอกอีกว่าจะมาพูดถึงรายละเอียดในวันต่อไป แต่ที่ไหนได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นนิดหน่อยครับ ก็คือ "ผมลืมครับ!" ให้ตายสิลืมอะไรง่ายดายเสียจริงเลยเรา..

ต้องขออภัยท่านผู้อ่านเป็นอย่างสูงครับ พอดีผมเขียนบทความที่ All Your Think! เห็นว่ามีประโยชน์ดีเลย นำมาฝากกันครับ วันนี้จะแก้ตัว เอาเรื่องราวแห่งยอดสมุนไพรไทยมาบอกเล่ากันครับ

สรรพคุณของกระชายมีดังนี้

กระชายปั่นคั้นน้ำ จะได้น้ำกระชายซึ่งมีวิตามิน C ,B1 ,B2 ,B3 ,B6 และแคลเซียมอีกตะหาก ให้ผลเหมือนนมแต่ดียิ่งกว่า เป็นไหนๆครับ

1. ช่วยบำรุงเส้นเอ็นให้แข็งแรงกระดูกไม่เปราะด้วย

2. ช่วยบำรุงตับ และไต ให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ทั้งยังดูแล ระบบมดลูก รังไข่ กระเพาะปัสสาวะ หูรูดกระเพาะปัสสาวะให้แข็งแรง

3. ช่วยบำรุงหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจ ช่วยให้หัวใจเต้นสม่ำเสมอยิ่งขึ้นช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจดีขึ้นอีกตะหาก

4. ช่วยฟื้นฟูต่อมไร้ท่อต่างๆ เช่นพวก ไทรอยด์ ต่อใต้สมอง ต่อมหมวกไต และตับอ่อน เมื่อต่อมไทรอยด์ปกติแล้วก็จะช่วยไม่ให้เป็น โรคคอหอยพอก ช่วยลดกรดยูริกอันทำให้ไม่เป็น เก๊าต์ อีกตะหาก

5. ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนเพศ หญิง คือ แอสโตรเจน และฮอร์โมนเพศชาย คือ เทสเตอร์โรน ซึ่งมีอยู่ในร่างกายของทุกๆคน ไม่ว่าผู้ชายหรือหรือหญิง หากไม่สมดุลย์ เช่นในฝ่ายหญิงมากไป อาจจะเป็นมะเร็งเต้านมได้ มีน้อยไปก็อาจเป็นมะเร็งปากมดลูก ส่วนฝ่ายชายนั้นไซร้ น้ำกระชายช่วยคุมไม่ให้ต่อมลูกหมากโต

6. ช่วยบำรุงสมอง ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองส่วนกลางดีขึ้น ยิ่งถ้าได้กินควบคู่กับใบบัวบกด้วย จะเป็นการบำรุงสมองโดยตรงยิ่งกินเป็นประจำยิ่งดีครับ

7. ปรับความดันโลหิตให้ สมดุลย์ ไม่เป็นความดันสูง หรือ ความดันต่ำ

8. ยังช่วยให้เส้นผมไม่หงอกก่อนวัย เล็บมือ และเล็บเท้าแข็งแรงอีกด้วยนะ

9. ช่วยขับน้ำคาวปลา สตรีหลังคลอดบุตร ทำให้ฟื้นฟูสภาพร่างกายได้เร็วขึ้นหลายเท่า

นี่แหล่ะครับสรรพคุณของกระชาย ที่ผมบอกว่าเป็นยอดพระเอกของไทย อิอิ ไม่ได้คุยเว่อร์เกินไปนะครับ ในวันพรุ่งนี้เราจะมา พบกับวิธีทำน้ำกระชาย อย่างละเอียดครับ(ปล. ถ้าไม่มีเวลาก็จะเป็นอีก 2วันนะครับ)
กายดีจิตดี จะอยู่คู่กับท่านครับ รักและเคารพอย่างสูง


คริต แด็ดดี้ร็อค

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ไส้เลื่อน กลัวดีป่ะ?


สำหรับคนที่เป็นไส้เลื่อนจะกลัว หรือ มีความอาย กันมากไม่กล้าบอกใครนะครับ แต่ว่าอย่าไปกลัวเลยครับให้คิดซะว่า บุคคลดังๆโดยเฉพาะนักฟุตบอลต่างก็เป็นไส้เลื่อนกันมาเยอะแยะครับ เท่ห์ดีออก เช่น อลัน เชียเลอร์ ,ไรอัน กิ๊กส์ ,พอล สโคลส์ และอีกหลายๆคนต่างก็เคยขึ้นเขียงผ่าตัดไส้เลื่อนกันมาแล้วทั้งนั้น อิอิๆ

คิด ได้ดังนี้แล้วเรามารู้จักกับไส้เลื่อนให้มากขึ้นดีกว่านะครับเพราะไส้เลื่อน ที่คุณเป็นอาจจะไม่ต้องถึงขั้นขึ้นเขียงเหมือนคนดังเหล่านี้ก็ได้ครับ จำไว้ว่า กายดีจิตดี อยู่เคียงข้างคุณเสมอครับ



คำว่าไส้เลื่อนหมายถึงภาวะที่ลำไส้ได้เคลื่อนที่ออกจากช่องท้องมาสู่ภายนอก เช่นบริเวณขาหนีบ หรืออาจจะเลื่อนมาในตำแหน่งรอยผ่าตัด

ปกติอวัยวะเช่นลำไส้ ,ตับ จะถูกปกคลุมโดยเยื่อหุ้มช่องท้องที่เรียกว่า peritonium และมีพังผืดหรือกล้ามเนื้อหุ้มอีกชั้นเพื่อป้องกันอวัยวะภายใน ปกติจะมีรูที่ให้ท่อรังไข่และท่อน้ำเชื้อในผู้ชายผ่านทางรู เมื่อมีความอ่อนแอของพังผืด ไส้ก็จะเลื่อนออกมาที่ขาหนีบซึ่งมีสองชนิดคือ indirect inguinal hernia และ direct inguinal hernia

Indirect inguinal hernia

ขณะที่เป็นตัวอ่อนในท้อง อัณฑะจะอยู่ในช่องท้อง เมื่ออายุครรภ์ได้ 7 สัปดาห์อัณฑะจะเคลื่อนที่ออกจากช่องท้องมาอยู่ในถุงอัณฑะ และรูหรือทางที่มันเคลื่อนที่จะปิด แต่เด็กผู้ชายบางคนทางเดินและรูมันไม่ปิดทำให้ลำไส้เคลื่อนสู่ถุงอัณฑะที่เราเรียกว่าไส้เลื่อนซึ่งมักจะพบในผู้ชาย สำหรับผู้หญิงก็เกิดโรคนี้ได้เหมือนกัน โดยรูที่เปิดเกิดจากเยื่อที่ยึดมดลูก round ligament มีการเคลื่อนตัวเหมือนอัณฑะ ไส้เลื่อนชนิดนี้พบบ่อยที่สุด

Direct inguinal hernia

ลำไส้ไม่เคลื่อนออกจากช่องท้องบริเวณพังผืดที่หย่อนที่สุด โดยมีปัจจัยส่งเสริมคือมีความดันในช่องท้องเพิ่มมากขึ้น เช่นตับแข็ง และมีน้ำในช่องท้อง หรือพวกถุงลมโป่งพองไอมากๆ

ใครบ้างที่มีโอกาสเป็นโรคไส้เลื่อน

ผู้ที่มีความดันในช่องท้องสูงเช่น การตั้งครรภ์ ไอเรื้อรัง คนอ้วน ท้องผูก ต่อมลูกหมากโตทำให้ต้องเบ่งเมื่อปัสสาวะ ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้เกิดไส้เลื่อน

อาการ

อาการที่สำคัญสำหรับไส้เลื่อนทั้งสองชนิดได้แก่ การที่มีก้อนที่บริเวณขาหนีบ ก้อนนี้จะโตขึ้นเวลายกของหนักหรือไอแรงๆจะทำให้ก้อนโผล่ออกมา และอาจจะได้ความรู้สึกมีเสียงเคลื่อนไหวของลำไส้เหมือนเวลาเราหิวข้าว เมื่อนอนลง หรือจับก้อนยัดเข้าไปในรูก้อนจะหายไป

โรคแทรกซ้อนของไส้เลื่อนที่สำคัญได้แก่

  • Incarcerated hernia เป็นภาวะที่ลำไส้เคลื่อนออกมาแล้วไม่สามารถดันกลับเข้าไปในช่องท้อง
  • Strangulated hernia เป็น ภาวะที่ลำไส้ในถุงมีการบิดทำให้ลำไส้เกิดการขาดเลือดไปเลี้ยงและเกิดไส้เน่า ตามมา ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องอย่างมากแรกๆจะปวดบิดๆ คลื่นไส้อาเจียน เมื่อลำไส้เน่าจะปวดทั้งท้องปวดมากจนต้องนอนนิ่งๆ การขยับตัวก็จะปวด มีไข้ บางรายอาจจะมีอาการความดันโลหิตต่ำ
  • Bowel obstruction เกิดเมื่ออุจาระไม่สามารถเคลื่อนผ่านลำไส้นี้ไปได้ผู้ป่วยจะปวดท้องมวนๆ คลื่นไส้อาเจียน ท้องอืดไม่ผายลม

สำหรับผู้ที่เป็นไส้เลื่อนเมื่อมีอาการต่อไปนี้ให้พบแพทย์

  • ปวดบริเวณไส้เลื่อน
  • ก้อนนั้นไม่สามารถดันกลับเข้าไปในช่องท้อง
  • ปวดท้องและอาเจียนท้องอืด

การวินิจฉัย

การวินิจฉัยทำได้ง่ายโดยการซักประวัติและการตรวจร่างกาย

การรักษา

การรักษาไส้เลื่อนทั้งสองชนิดทำได้โดยการผ่าตัด นำลำไส้กลับเข้าไปในช่องท้องและเย็บซ่อมรูหรือตำแหน่งที่ลำไส้ออกมา การผ่าตัดมักจะได้ผลดี

  • การผ่าตัดที่เรียกว่า Herniorrhaphy ผ่าตัดบริเวณไส้เลื่อนเมื่อนำไส้กลับเข้าในช่องท้องแล้วก็เย็บซ่อมรูหรือจุดอ่อน
  • การผ่าตัดที่เรียกว่า Hernioplasty วิธีนี้จะใช้แผ่นสารสังเคราะห์เย็บปิดรูหรือจุดอ่อน

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจากเว็บ http://www.All-Your-Think.com พวกเราชาว กายดีจิตดี จะนำสิ่งดีๆมาฝากเพื่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีของท่านครับขอบพระคุณที่ติดตามครับ

Krit DaddyRock

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2552

"กระชาย" พระเอกตัวจริงของไทย!


กระชายที่จะกล่าวถึงนั้น ก็คือกระชายเหลืองที่ไว้ใช้แกงทั่วไปนี่ล่ะครับ ไม่ใช่ ดำ หรือ แดงที่ไหนหากจะกล่าวถึงยอดสมุนไพรเพื่อสุขภาพ ในวงการก็จะพูดถึง "โสม" กันแต่ว่าแท้จริงแล้วสำหรับคนไทยนั้นเป็นเมืองร้อนครับ ด้วยฤทธิ์ความร้อนของโสมจึงไม่เหมาะกับคนไทยอย่างยิ่งยวด เนื่องจากจะเป็นการเพิ่มอุณภูมิให้กับร่างกายโดยใช่เหตุ


ต่างจากกระชายที่มีสรรพคุณไม่แพ้โสมเลย แต่ว่ากับเป็นยาเย็นซึ่งเหมาะกับสุขภาพร่างกายของผู้ที่อยู่ในเมืองร้อนมากกว่าโสม อีกประการหนึ่งที่สำคัญคือ ในโสมนั้นมีสารพิษอยู่ หากจะนำโสมมาใช้ เพื่อสุขภาพที่ดีแล้ว ต้องผ่านการสะกัดอย่างดีไม่ใช่ว่าไปขุดมาใส่กันได้มั่วๆ อาจจะได้รับสารพิษมาด้วย แทนที่จะแข็งแรง กลับตรงกันข้าม กลายเป็นมะเร็งซะมากกว่า


วันนี้มาเกริ่นคร่าวๆถึงเรื่องราวแห่ง กระชาย ยอดกระทาชายของไทยครับ พรุ่งนี้ผมจะมาเล่าถึงสิ่งมหัศจรรย์เกี่ยวกับกระชาย

วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2552

ถุงน้ำดีข้น ปัญหาที่มีทางแก้!


กินอาหารผัดน้ำมันมากไปแย่แน่ๆ... ในยุคปัจจุบันเราหลีกเลี่ยงอาหารผัดน้ำมันได้ยากนัก ในเมื่อเวลามันช่างเร่งรีบ จะมัวมาเลือกของกินก็อาจจะไม่ทันกาล ผลกระทบที่ตามมาก็คือ ปริมาณน้ำมันต่างๆ ก็จะไปเกาะอยู่ตามผนังลำไส้เล็ก จึงส่งผลให้ย่อยอาหารลำบากไม่เป็นไปตามปกติ จึงต้องดึงน้ำย่อยจากถุงน้ำดีมาช่วย เมื่อถุงน้ำดีถูกดึงน้ำย่อยมากขึ้น จึงเป็นที่มาของอาการ ถุงน้ำดีข้น (ถุงน้ำดีทำหน้าที่เก็บน้ำย่อยที่ผลิตจากตับ)

ในร่างกายเรามีน้ำเป็นองค์ประกอบถึง 70% ความสำคัญของน้ำจึงต้องมาเป็นอันดับต้นๆ หากถุงน้ำดีถูกดึงน้ำย่อยออกไปมากๆ จะทำให้ถุงน้ำดีข้น ยิ่งเฉพาะผู้ที่กินน้ำน้อยแล้วด้วยล่ะก็ ปกติเราจะต้องสูญเสียน้ำจากปัสสาวะและ เหงื่ออยู่แล้วไม่ควรจะต้องเสียน้ำออกจากถุงน้ำดีโดยไม่จำเป็น


อาการของผู้ที่ถุงน้ำดีข้นมีดังนี้
1. ปวดหัวข้างเดียว ปวดหัวสองข้าง
2. น้ำในหูไม่เท่ากัน เพราะเลือดไปเลี้ยงสมองได้น้อย
3. นอนไม่ค่อยหลับ
4. ตาเหลือง ตาฝ้าฟาง ตาเป็นต้อ
5. กินได้น้อย เหงือกบวม
6. ปวดหลัง ปวดสะโพก ปวดน่อง ปวดเข่า ขาไม่มีแรง
7. อาจเป็นนิ่วในถุงน้ำดี ได้

ส่วนวิธีดูแลถุงน้ำดี ทางด้านนี้เลยครับ
1. งดอาหารผัดน้ำมัน
2. ดื่มน้ำครั้งละน้อยๆ แต่ดื่มบ่อยๆ
3. ไม่เครียด ไม่อดนอน
4. ใช้ดีบัว(ไส้ในเม็ดบัว) แบบตากแห้ง ต้มกินน้ำเพื่อบำรุงถุงน้ำดี
5. ลูกเกด ครับผมกินบำรุงถุงน้ำดีได้

หลายๆคนยังไม่รู้ว่าตัวเองมีอาการเกี่ยวกับถุงน้ำดีข้น ยังไงก็อย่าลืมดูแลตัวเองนะครับ พยายามสังเกตุสุขภาพตัวเองด้วยล่ะ ด้วยรักและหวังดีจาก KayDeeJitDee ครับ และขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://www.All-Your-Think.com ครับ

เมียจ๋า เก๊าต์ลาก่อน.....


โรคเก๊าต์ เป็นได้ทุกคนล่ะครับไม่จำกัดว่ารวย หรือจน วันนี้มารู้จักสาเหตุที่ทำให้เกิดเก๊าต์และวิธีรักษากันครับ สิ่งที่พบในผู้ป่วยโรคเก๊าต์ก็คือ คนกลุ่มนี้จะมี กรดยูริคสูง และกรดยูริคเหล่านี้ไปรวมตัวกับโซเดียม จึงทำให้ตกผลึกไปอยู่ตามเยื่อนุ่มๆ บริเวณข้อต่อ แล้วเกิดอาการปวดบวมขึ้นตามมา โดยมาจะพบบริเวณข้อนิ้วเท้าจ้า

ปัจจัยตัวสำคัญของโรคเก๊าต์ มาจาก "สารอาหาร" และ "ความเครียด" ครับผม โดยที่ความเครียดเกิดได้หลายประการ เช่น ทำงานหนักพักผ่อนไม่พอ ทะเลาะกับแฟน อกหัก หรือแม้แต่ตื่นเต้นตกใจ ก็เครียดนะครับ โอ้ยเยอะแยะ แค่นึกสาเหตุก็เครียดแล้วเนี่ย!

โดยที่เมื่อเราเครียดร่างกายจะผลิตกรดยูริค ออกมามากมายเลยครับ แต่ถ้าเรามี กรดแพนโทเทนิค ในร่างกายเยอะก็จะช่วยเปลี่ยน ยูริค เป็น ยูเรีย และ แอมโมเนียขับออกทางปัสสาวะได้ กรดแพนโทเทนิค จึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะช่วยหยุดเก๊าต์ได้ครับ

แพทย์บางตำรากล่าวว่า "ให้งดพวกเครื่องใน งดเนื้อ" การงดอาหารกลุ่มนี้อาจจะทำให้เราขาดโปรตีนและวิตมินบี รวมทึง แพนโทเทนิค อีกด้วย จึงอาจให้ผลในการตรงกันข้ามมากกว่า... แนวทางก็คือ งดรับประทานอาหารที่มีปัจจัยเสี่ยง ดังกล่าว แล้ว ก็มาชดเชยสิ่งที่ขาดไปกัน ด้วยการกิน วิตามินบีรวม รวมถึง แพนโทเทนิควันละ 600 มก.

วิตามิน อี ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง ถ้ามีน้อยเกินไปจะส่งผลให้กรดไขมันในร่างกายถูกทำลาย และมีการทำลายนิวเคลียสของเซล์ส่งผลให้ผลิตกรดยูริค ขึ้นมามากอีกที (อะไรจะล้มเป็นโดมีโน่ ขนาดนั้น)

มีการทดลองในสัตว์พบว่า เมื่อให้อาหารที่ขาดวิตามินอี กับสัตว์เป็นระยะเวลานานๆ สัตว์จะมีกรดยูริคสูงกว่าปกติถึง 8 เท่าด้วยกันครับ โดยขนาดวิตามินอี ที่แนะนำต่อวันคือ 300-400 Unit การได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ ก็ทำให้ขาด อมิโนเอซิด เป็นผลให้กรดยูริค เพิ่มอีกเช่นกัน และสาเหตุอีกประการคือ ขาด แบคทีเรีย Acidophilus ในลำไส้ จะทำให้กรดยูริคสูง จึงควร บริโภคโยเกิร์ต เพื่อเพื่อแบคทีเรียชนิดนี้ด้วยครับ

นอกจากนี้ผู้ป่วยเกาต์ควร กินผักผลไม้ มากๆ หรือให้ วิตามิน ซี 2 gm ติดต่อกันเป็นเวลา 3วัน กรดโฟริค ก็เป็นอีกตัวที่ช่วยลด Xanthine oxidase ไม่ให้ผลิต กรดยูริคขนาดที่ใช้ก็คือ 40-80 มก./วัน

เรามาสรุปวิธีการรักษาตามแนวทางโภชนาการกันครับ

1. ให้วิตามินบีรวม และแพนโทเทนิค วันละ 600 มก.
2. อย่าเครียด
3. อย่าจำกัด ปริมาณอาหารเสี่ยง เกินไปเพื่อให้ได้อมิโนเอซิส และวิตามินที่เพียงพอ
4. ให้วิตามินอี วันละ 300-400 มก.
5. เพิ่ม acidophilus แบคทีเรีย เช่น โยเกิร์ต
6. ให้วิตามินซี ขนาดสูง (2 gm) ติดต่อกัน 3วัน
7. ให้กรดโฟลิค วันละ 40-80 มก.

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือโภชนารักษาโรค เล่ม2 ของบริษัทหมอมวลชนครับ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งทีเดียว... เช่นเดียวกันกับเว็บไซต์ http://www.All-Your-Think.com ครับ



คริต แด็ดดี้ร็อค

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2552

สุขภาพดีต่อแต่นี้ไป นานๆครับ


สวัสดีครับทุกท่าน ผมหายหน้าไปซะหลายวัน ไม่ได้มาอัพเดตข้อมูลดีๆให้ทุกท่านเลยผมต้องขออภัยเป็นอย่างสูงครับ

เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า ผมมีโปรเจ็กทำเว็บไซต์เกี่ยวกับ สุขภาพกาย และสุขภาพจิตเต็มรูปแบบครับและข่าวดีก็คือ ตอนนี้เว็บนั้นได้ปรากฏอยู่บนสังคมออนไลน์ เรียบร้อย...

ชื่อเว็บก็คือ http://all-your-think.com/ ครับ สำหรับใครที่อยากเข้าไปเป็นสมาชิกก็ได้เลยครับเพียงแค่มี E-mail ก็ใช้ได้แล้ว ต่อไปนี้ผมก็จะมีเวลาว่างมาอัพเดตข้อมูลใน กายดี จิตดีของเราได้แล้วครับ

ในบล็อก กายดีจิต ดีนี้อาจมีเนื้อหาไปทางสุขภาพกายซะมากหน่อย แต่ในเว็บ all your think นั้นจะมีทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพใจครับ โดยผมไม่ได้ทำคนเดียว ยังมีทีมงานอีกจำนวนหนึ่งที่จะมาคอย หาข้อมูลดีๆมาฝากทุกท่านครับ

ทำกันหลายคนอุ่นใจดีครับ หวังอย่างยิ่งว่าคงไม่ลืมกันนะครับ รักและห่วงใย

คริต แด็ดดี้ร็อค






วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2552

รังแค และ วิธีการรักษา

รังแค (Pityriasis Capitis)

หมายถึงขุยเล็กๆ ที่หลุดจากหนังศีรษะ โดยหนังศีรษะจะไม่มีความผิดปกติอื่น ขุยที่ออกมาอาจแห้ง หรือมีไขมัน(sebum) เคลือบอยู่ก็ได้

เดิมเชื่อกันว่า รังแคเกิดจากการที่ชั้นผิวหนังแบ่งตัวเร็วกว่าปกติ หลุดลอกมาทับถมกัน แต่มีผู้แย้งว่า การที่ผิวแบ่งตัวเร็วอาจเป็นเพราะมีขุยหลุดออกมามากเป็นสาเหตุของการเกิดรังแค

ปัจจุบันเชื่อว่า เชื้อโรค P.ovale น่าจะเป็นสาเหตุของโรคนี้ เนื่องจากมีผลการรักษาด้วยยา Ketoconazole อันเป็นยาต้านเชื้อรา และไม่มี ฤทธิ์ขัดขวางการแบ่งตัวของผิวหนัง ใช้ได้ผลดีในการรักษารังแค


การรักษา

ยาสระผมที่มีส่วนผสมของ Coal Tar,Zinc Pyrithione,Pyroctone Olamine หรือ Selenium Sulfide มักได้ผลเป็นครั้งคราว

Ketoconazole สามารถกำจัดเชื้อ P.ovale ได้ดี
สารอาหารที่มีส่วนช่วยลดอาการได้แก่ เลซิทิน,เกลือแร่สังกะสี,แมกนีเซียม และบี6

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ดูแล ไต อย่าปล่อยให้ ไตวาย...!!


ข้อควรตระหนัก
รู้ว่าเป็นโรคไตแล้วควรให้หมอรักษาดีที่สุด
งดอาหารผัดน้ำมัน
ล้างลำไส้ หรือ ระบบดูดซึม เป็นประจำด้วยสูตร
  1. มะละกอดิบต้มน้ำ เอาน้ำมาชงชาดื่ม
  2. โยเกิต+นมสด+น้ำผึ้ง+มะนาว
  3. ใช้เห็ดสามอย่างขึ้นไป นำมาปรุงอาหาร(ห้ามผัดมะนาว)
อาหารบำรุงไต
เช่น น้ำกระชาย เม็ดบัว เห็ดหูหนูดำ ลูกเกด องุ่นดำ ถั่วดำ งาดำ ลูกแปะก้วย ผลไม้ชื่อลูกไข่เน่า กล้วยตาก ลูกสำรอง เฉาก๊วย แก้วมังกร ถั่วห้าสี ผักดอง ผลไม้ดอง

สูตรละลายนิ่วในไต
  • กินแกนสับปะรดวันละ 3 แกน หรือจะปั่นกิน คู่่กับใบโหระพาก็ได้กินจนหายปวดหลัง (สังเกตุตัวเอง)
  • เหล้าขาว 1 ก๊ง เติมมะนาว 1 ลูก กินก่อนนอน 10- 20วัน แล้วหยุดกิน

สูตรล้างไต
  • รากหมาก รากมะพร้าว รากตาล ลูกใต้ใบ ต้มรวมกัน เอามาดื่มเพื่อล้างไต
  • ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ใบมะนาว กระชาย หอมแดง ใบสะระแหน่ อย่างละ 1 กำมือใส่ในหม้อดิน เติมน้ำให้ท่วม ต้มให้เดือด รอจนเย็น แล้วกินให้หมดภายใน 1 วัน

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2552

โรคไต และสาเหตุของโรค


คาดกันว่าอีก 5 ปีข้างหน้าจะมีผู้รอล้างไตเพิ่มอีก 9 ล้านคนอย่างน้อย โรคไตนั้นสาเหตุเกิดจากระบบดูดซึมไม่ดี ทำให้อาหารที่กินไปนั้นเข้าตัวไม่ได้ และถูกส่งไปให้ไตขับทิ้ง ทำให้ไตทำงานอย่างหนัก

  • ลำไส้เล็ต้องดูดซึมกลุ่มสารอาหาร ที่จะไปสร้างกรดอะมิโนเพื่อไปสร้างเซลล์ใหม่ เช่น เซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์ประสาท เซลล์กระดูก ได้แก่ โปรตีน วิตามิน ซี,บี1,บี3,บี6
  • ลำไส้ใหญ่ต้องดูดซึมกลุ่มอาหาร ที่จะไปสร้างเม็ดเลือดเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย ได้แก่ วิตมิน เอ,ซี,อี
*ถ้าลำไส้เล็กดูดซึมไม่หมดก็จะส่งไปให้ไต

ไต มีหน้าที่กรองเลือดหาเม็ดเลือดที่หมดอายุ เพื่อกรองออกไป
สาเหตุที่ทำให้ไตทำงานหนักโดยไม่จำเป็น
  1. กินอาหารรสจัด
  2. กินอาหารผัดน้ำมัน
  3. กินเนื้อสัตว์ แล้วไม่กินวิตามิน C,B1,B3,B6 ซึ่งช่วยเปลี่ยนโปรตีนเป็นกรดอะมิโน
  4. เกิดจากความเครียด กลัว วิตกกังวล ชอบข่มขู่คนอื่น จึงทำให้ร่างกายผลิตไขมันฝ่ายร้ายขึ้นมา
***ถ้าดูแลปอดดี ไตจะแข็งแรง เมื่อไตแข็งแรง กระดูกก็จะแข็งแรงไปด้วย ความสัมพันธ์นี้ ควรจดจำให้ดีเพราะมีประโยชน์ในการ ประยุกต์ใช้ต่อไปครับ***

เมื่อทราบถึงสาเหตุแห่งความเสื่อมอันทำให้เป็นโรคไตแล้วคราวหน้าเราจะมา ศึกษาวิธีดูแลไตด้วยกันครับ

มีปัญหา เกี่ยวกับตับฟังทางนี้!! เทคนิคฟื้นฟูตับ


วันนี้ผมมีเทคนิคไม่ลับมาบอกอีกแล้วครับสำหรับคนเป็นโรคตับ คงมีไม่กี่คนที่รู้จัก "หญ้าหวาน" ซึ่งเป็นสมุรไพรอย่างนึงมีฤทธิ์ ช่วยในการบำรุง ฟื้นฟูตับอ่อนให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้งนึงครับ

ใช้ใบหญ้าหวาน แห้งมาชงน้ำร้อน หรือต้ม แล้วใช้เฉพาะน้ำผสมกับเครื่องดื่ม แทนน้ำตาล รับประทานสมั่มเสมอ เพียงเท่านี้ล่ะครับ ตับของคุณก็จะกลับมาแข็งแรงอีกครั้งนึง (มีขายย่านเยาวราช)

นอกจากช่วยบำรุงตับแล้วหญ้าหวานยังช่วย บำรุงธาตุในร่างกายเราด้วยครับ มีประโยชน์อย่างนี้ไม่ลองนำเทคนิคดีๆไปใช้ก็เสียดายแย่สิครับ

พบกับผมใหม่ครั้งหน้าเราจะมาเจาะลึกโรคไตกันครับ

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สูตรหน้าใส โดนใจวัยเอ๊าะ!

วันนี้ผมได้นำสูตรเด็ด มาเป็นการพักผ่อนจากเรื่องเครียดๆนะครับ เคล็ดไม่ลับนี้เหมาะกับยุคปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง หลายคนไม่มีเวลาดูแลหน้าตาตัวเอง หน้าตาหมองคล้ำ หม่นหมอง

วันนี้แหล่ะครับผมจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ด้วย แตงไทย และ โยเกิร์ต ครับ
เตรียมอุปกรณ์
  1. แตงไทยไม่สุกมาก 1 ชิ้น
  2. โยเกิร์ต 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
ล้างแตงไทยให้สะอาดหลายๆน้ำ จากนั้นก็นำมาปอกเปลือกจนหมด แล้วหั่นแตงไทยเป็นชิ้นเล็กๆครับ ต่อมาทำการใส่เครื่องปั่น หรือใช้ช้อน ยี ให้เละเลย...

เติมโยเกิร์ตที่เตรียมไว้ผสมลงไป จากนั้นก็ปั่นให้เป็นเนื้อครีม เสร็จสับเรียบร้อยก็ล้างหน้าแล้วทาให้ทั่วใบหน้าเลยครับ(เว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก) ทิ้งไว้15 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด

ใช้สูตรนี้ทุกๆ สองสัปดาห์นะครับ รับรองผิวหน้าคุณจะสะอาดเกลี้ยงเกลาใสสมใจเลยครับ


สิ่งดีๆแบบนี้ผมจะนำมาฝากในครั้งต่อไป เจอกันได้เลย

ช่วงตี 5 - 9 โมงเช้าควรทำอะไร?

จากที่ได้กล่าวไปในบทความที่แล้วถึงความผิดพลาด ในการใช้ชีวิตของเราในปัจจุบันอันส่งผลกระทบต่อสุขภาพ กายและจิต โดยรู้เท่าไม่ถึงการ ต่อไปนี้คือสิ่งที่เราควรปฏิบัติ ในเวลา ตี5-9 โมงเช้า

เริ่มต้นด้วย การขับถ่ายในช่วงตี 5-7 โมง เทคนิคที่จะทำให้เราขับถ่ายได้อย่างง่ายดาย มีดังนี้


  1. ดื่มน้ำทันทีหลังจากตื่นนอน ในปริมาณอย่างน้อย ครึ่งลิตร "โห ครึ่งลิตรใครจะกินได้ขนาดนั้น" ก็ผมกินอยู่ทุกวันน่ะครับ ซึ่งจริงๆแล้วผม ดื่ม 1 ลิตรหรือมากกว่าด้วยซ้ำ เทคนิคคือไม่ต้องรับประทานทีเดียวหมด ดึ่มอึกใหญ่ๆ ทำอะไรไปด้วย แล้ว กลับมาดื่มอีก สักพักเราจะรู้สึกปวดท้องและอยากขับถ่ายขึ้นมาครับ โดยน้ำดื่มขอให้เป็นน้ำที่มีอุณหภูมิห้องครับ

  2. หลังจากดื่มครึ่งลิตรแล้วถ้าไม่รู้สึกอยากขับถ่าย ก็ขอให้ บังคับตัวเองเข้าไปนั่งทำอารมณ์บนชักโครกไปก่อนครับ ในครั้งแรกๆถ้าเราไม่เคยถ่ายในเวลานี้มาก่อนอาจจะยากเย็นอยู่นิดหน่อย แต่ในระยะยาวแล้วจะเป็นไปโดยอัตโนมัติครับ

  3. น้ำที่ดื่มอาจ บีบมะนาวฝาน สัก2ชิ้นครับเพื่อทำให้ร่างกายเกิดปฏิกริยาอยากขับถ่ายมากขึ้นครับ และที่สำคัญขอให้ดื่มน้ำทันทีหลังจากตื่นนอน ห้ามแปรงฟันก่อนนะครับ เพราะน้ำลายบูดเราจะเป็นตัวช่วยอย่างดีให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้นครับ

ภาพรวมก็คือ เราจะ*ตื่นนอนในช่วงตี 4 นับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะ จากนั้นเราจะหาน้ำมากิน โดยใส่ขวดเป็บซี่พลาสติกขนาด 1.25 ลิตรแหล่ะครับ ดื่มไปด้วยเดินชมบรรยากาศนอกบ้าน หรือทำอะไรไปด้วยก็ได้ พอได้เวลา ตี5-7 โมงเช้าเราก็ขับถ่าย "แต่ไม่ใช่ขับถ่าย 2 ชม. ไม่ออกจากห้องน้ำนะครับ" อย่าเข้าใจผิดอย่างนั้น ผมหมายถึงให้เราขับถ่ายในช่วงเวลาไม่เกิน 7 โมงครับ


หมายเหตุ นอกจากการดื่มน้ำในตอนเช้าในปริมาณที่มากๆจะช่วยให้เราขับถ่ายได้ง่ายดาย และคล่องขึ้นแล้วนั้น ยังจะส่งผลถึงการมี สุขภาพ ผิวพรรณที่ดี เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล ด้วยครับ ซึ่งถือเป็นของแถมที่หลายคนคงถูกใจแน่ๆครับ


ส่วนเวลา 7-9 โมงเช้านั้นก็ง่ายๆครับ แค่หาข้าวหาปลากินซะยิ่งเยอะยิ่งดีนะครับ หากใครเป็นคนทานเก่งผมแนะนำให้ทานได้เต็มที่ในช่วงเวลานี้เท่านั้นนะครับ เพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาของกระเพาะอาหารครับ จริงๆแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเวลารับประทานอาหาร หนึ่งเดียวของวัน ของมนุษย์ด้วยซ้ำครับ ไม่นับรวมเด็กที่กำลังต้องการสารอาหารในการเจริญเติบโตนะครับ ผู้ใหญ่อย่างเรานี่แหล่ะครับเวลานี้เวลาเดียวเหมาะสุด


วันนี้พอเท่านี้ก่อนนะครับพอดีมีงานด่วนวันพรุ่งนี้ผมจะนำสิ่งดีๆมาฝากอีกนะครับ


วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2552

คุณกำลังรับประทาน อุจจาระ ของตัวเองอยู่หรือเปล่า?

"จะบ้าหรือไง ใครจะไปกิน อึ ตัวเองได้" คุณเป็นคนหนึ่งรึเปล่า ที่ไม่ได้ขับถ่ายในช่วงระหว่าง ตี 5-7 โมงเช้า? ช่วงเวลาที่ว่าเป็นช่วงเวลาของ ลำไส้ใหญ่ ในการทำหน้าที่ ขับถ่ายหนัก


แล้วคุณได้ รับประทานอาหารเช้า ตอน 7-9 โมงเช้าหรือไม่? "ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาของกระเพาะ ที่จะทำหน้าที่ย่อยอาหารแล้วส่งพลังงานไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายเรา
หากคุณไม่ได้ทำทั้งสองอย่างนี้คุณก็คือบุคคลที่กำลังรับประทานอุจจาระของตัวเอง" การทำงานของลำไส้ใหญ่เริ่มต้นที่เวลา ตี 5-7 โมงเช้าเป็นช่วงเวลาที่คุณควรจะต้องขับถ่ายหนัก แต่หากคุณไม่ได้ทำ ของเสียเหล่านั้นก็จะอยู่กับคุณต่อไป
แล้วหากถึงเวลา 7 โมงเช้า ถึง 9 โมง คุณไม่ได้รับประทานอาหารเช้าล่ะก็ สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณคือ ของเสียกากมูลเหล่านั้น จะไหลย้อนกลับขึ้นมาสู่กระเพาะอาหาร เพื่อทำการย่อยซ้ำอีกครั้งหนึ่งและถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดส่งไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย
ลองนึกดูสิ อุจจาระที่ควรจะเอาออกโดยการขับถ่าย ตอนตี5-7โมง ซึ่งมีทั้งก๊าซพิษ สิ่งที่บูดเน่า ด้วยอุณหภูมิ 37 องศาของร่างกายเรา จะถูกนำมาย่อยอีกครั้งโดยอัตโนมัติ "คุณพระช่วย!!"
ผลเสียที่ตามมาหลังจากวันนั้นของวันก็คือ


  1. ก่อนเที่ยงถึงบ่าย จะง่วงนอนเพราะว่าเลือดที่ไม่สะอาดส่งไปเลี้ยงหัวใจ คุณจึงอ่อนล้าและไม่สดชื่น
  2. มีกลิ่นตัว กลิ่นปาก แม้ตัวคุณเองจะไม่ค่อยได้กลิ่นแต่ลองถามคนใกล้ตัวคุณดูได้ โดยกลิ่นเหล่านี้มาจากเลือดเสียที่ไปเลี้ยงปอด ปอดก็จะขับถ่ายออกทางผิวหนังและลมหายใจ

หากปล่อยไว้นานโดยไม่ได้เปลี่ยนแปลง ระยะเวลาแรมปีแรมเดือนนั้น จะทำให้เกิดอาการ ความจำเสื่อมเร็วเนื่องจากเลือดไม่สะอาดไปเลี้ยงสมอง ปวดเข่า และเป็นริดสีดวงทวาร

คราวหน้าเราจะมาว่ากันถึงวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้องกันครับว่าควรปฏิบัติตนอย่างไร

สงสัยหรือไม่ ทำไม คนไม่กินเหล้า สูบบุหรี่ แต่เป็น มะเร็ง!!?


"นาฬิกาชีวิต" บทเรียนแห่งร่างกาย ที่มิอาจมองข้ามความสำคัญไปได้ อย่ารอให้สายเกินไป..

ว่ากันว่าร่างกายของเรานั้น ประกอบด้วยอวัยวะต่างๆ ซึ่งทำหน้าที่แตกต่างกันไป และบรรดาอวัยวะเหล่านั้น ก็มีเวลาที่ตัวเองเข้างาน และเวลาที่จะได้พักผ่อน..

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากเวลาที่จะได้พักผ่อน แต่กลับต้องมาแบกภาระหน้าที่ต่อไป อะไรที่หนักไปย่อมที่จะ ส่งผลเสียเสมอ...

ช่วงตีหนึ่ง ถึงตีสามเป็นเวลาของตับ!
ตับมีหน้าที่ขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย ตับจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อเรานอนหลับพักผ่อน แล้วถ้าเวลานั้นยังไม่นอนล่ะ..?!!

เมื่อร่างกายไม่ได้ขับสารพิษ ผลเสียย่อมเกิดขึ้นกับเรา แต่ในระยะแรกๆคงไม่รู้สึกแตกต่างอะไรมาก นอกจากเพลียเล็กน้อย หรือไม่ ก็ไม่เพลียเลยเพราะยังหนุ่ม สาว สุขภาพจึงดี...

แต่! ถ้าระยะยาวล่ะ? เมื่อสารพิษที่ไม่ได้ถูกกำจัดออกอยู่ที่ส่วนใดในร่างกายมากๆ ความเสื่อม และบกพร่องของอวัยวะส่วนั้น ย่อมเกิดขึ้น!



"คนเป็นมะเร็งมากขึ้นในยุคปัจจุบัน" แล้วเราใช้ชีวิตแบบไหนอยู่? เราทำให้ร่างกายอดขับถ่ายสารพิษหรือไม่? แล้วการที่ใช้ชีวิตแบบอดขับสารพิษ เท่ากับว่าเราเอาอายุไขไปแลกกับอะไรบางอย่าง...

สิ่งที่เรากำลังเอาอายุไขไปแลกนั้น คุ้มกันหรือไม่? เล่นเกมส์อยู่ ดูละคร ฟังเพลง กินเหล้าเบียร์ ตัดสินใจดูว่า "คุ้มค่าหรือไม่คุ้ม" ถ้าเป็นอย่างหลัง เราต้องเปลี่ยนนะ!! เพื่อตัวเอง เพื่อคนที่เรารัก และเพื่อคนที่รักเรา...

บางคนไม่เคยกินเหล้า สูบบุหรี่ แถมยังเป็นคนจิตใจเบิกบานดีด้วย ทำไมเขาเป็นมะเร็ง และต้องจากพวกเราไปอย่างรวดเร็ว ทำไม...?

ผมและอีกหลายๆคนเชื่อว่า "ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ" และก็หวังอย่างยิ่งให้คุณสุขภาพดี และแข็งแร็ง จิตใจ ผ่องใสและเบิกบาน... แล้วผมจะนำสิ่งดีๆมาบอกกล่าวกันอีกครับ

ติดตามเรื่องราวแห่ง นาฬิกา ชีวิตได้ในครั้งต่อไปครับ