วันพุธที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2553

รักษาฝี และแผลพุพอง ด้วยสมุนไพร

ชื่อสมุนไพร : ชุมเห็ดเทศ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Classia alata Linn.
วงศ์ : LEGUMINOSAE
ชื่อท้องถิ่น : ชุมเห็ดเทศ (ภาคกลาง) ขี้คาก ลับมึนหลวง
หมากกะลิงเทศ (ภาคเหนือ) ส้มเห็ด (เชียงราย)
ชุมเห็ด (มหาสารคาม) ตะลีพอ (กะเหรียง - แม่ฮ่องสอน)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ชุมเห็ดเทศ เป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 1-5 เมตร มีแขนงมาก ใบเป็นใบประกอบ มีใบย่อย 4-20 คู่ ก้านใบแข็ง ตั้งฉากกับกิ่งใบเรียงตัวเป็นคู่และเรียงตัว
อยู่ในระนาบเดียวกัน รูปร่างของใบเป็นรูปไข่ขอบขนาน ปลายใบมน หรือมีรอยเว้าตอนปลายใบกว้าง 3-7 ซม. ยาว 5-15 ซม. ดอกออกเป็นช่อสีเหลืองใหญ่
ผลเป็นฝักแบนมีปีก 4 ปีก คล้ายถั่วพู ฝักอ่อนมีสีเขียว ฝักแก่สีดำและมีเมล็ดสีดำ

ส่วนที่ใช้เป็นยา
ใบสดหรือแห้ง ดอกสด

รสและสรรพคุณ
รสเบื่อเอียน ใช้แก้กลากเกลื่อน โรคผิวหนังและอาการท้องผูก

การเตรียมยาสมุนไพรแบบง่าย และวิธีใช้
1. โรคกลาก ใช้ใบชุมเห็ดเทศสด ขยี้หรือตำในครกให้ละเอียด เติมน้ำเล็กน้อยหรือใช้ใบชุมเห็ดเทศกับหัวกระเทียมเท่าๆ กัน ผสมปูนแดงที่กินกับหมาก
นิดหน่อย ตำผสมกันทาบริเวณที่เป็นกลาก โดยเอาไม้ไผ่ขูดผิวให้แดงก่อนทาบ่อย ๆ อย่างน้อยวันละ 3-4 ครั้งจนหาย หายแล้วทาต่ออีก 7 วัน

2.อาการท้องผูก ใช้ใบและดอกชุมเห็ดเทศรักษา เตรียมได้โดย
2.1 ใช้ดอกสด 1 ช่อ ต้มรับประทานกับน้ำพริก
2.2 นำใบย่อยสด 12 ใบ หั่นตากแดด นำมาต้มเอาน้ำดื่ม
2.3 นำใบชุมเห็ดเทศแห้ง มาบดเป็นผง ใช้ผงยาครั้งละ 3-6 กรัม บรรจุในถุงกระดาษเช่นเดียวกับถุงชา นำมาแช่ละลาย
น้ำเดือด 120 มิลลิลิตรนาน 10 นาที และใช้ดื่มก่อนนอนเมื่อมีอาการ หรือใช้ผงยาปั้นกับน้ำผึ้งเป็นลูกกลอนรับประทานครั้งละ 3 เม็ด ก่อนนอน

3.ใบและก้านสด 1 กำมือ ต้มกับน้ำพอท่วมยา เคี่ยวให้เหลือ 1 ใน 3 ใช้ชะล้างฝี แผลพุพอง วันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น ถ้าเป็นมาก
ใช้ประมาณ 10 กำมือต้มน้ำอาบ

ชื่อสมุนไพร : ฟ้าทะลายโจร
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Andrographis paniculata (Burm.f.) Nees
วงศ์ : ACANTHACEAE
ชื่อท้องถิ่น : ฟ้าทะลาย น้ำลายพังพอน (กรุงเทพฯ)
หญ้ากันงู (สงขลา) ฟ้าสะท้าน (พัทลุง) คีปังฮี (จีน)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ฟ้าทะลายโจรเป็นไม้ล้มลุกสูง 30-60 ซม. ลำต้นมักเป็นเหลี่ยมแตกกิ่งเล็กด้านข้างจำนวนมาก ใบสีเขียว ตัวใบเรียว ปลายแหลม
ดอกขนาดเล็กสีขาว ประสีม่วงแดง ฝักคล้ายฝักต้อยติ่ง เมล็ดในสีน้ำตาลอ่อน

รสและสรรพคุณ
รสขม เย็น แก้ไข้ และอาการเจ็บคอ

การเตรียมยาสมุนไพรอย่างง่ายและวิธีใช้
1.ยาลูกกลอน นำใบฟ้าทะลายโจรสดล้างให้สะอาด ผึ่งลมให้แห้ง (ห้ามตากแดด) บอเป็นผงให้ละเอียด ปั้นกับน้ำผึ้งเป็นยาลูกกลอนผึ่งลมให้แห้ง
เก็บไว้ในขวดแห้งและมิดชิด รับประทานครั้งละ 1 กรัม วันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหาร และก่อนนอน

2.ยาดองเหล้า นำใบฟ้าทะลายโจรแห้งขยำให้เป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ในขวดแก้วใช้เหล้าโรงแช่ให้น้ำท่วมยาเล็กน้อย ปิดฝาให้แน่น เขย่าขวด หรือ
คนยาวันละ 1 ครั้ง พอครบ 7 วัน กรองเอาแต่น้ำเก็บไว้ในขวดที่มิดชิดและสะอาด รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ (รสขมมาก) วันละ 3-4 ครั้ง
ก่อนอาหาร

3.ยาต้ม ใช้ใบฟ้าทะลายสด 1-3 กำมือ ต้มกับน้ำ 10-15 นาที ดื่มก่อนอาหารวันละ 3 ครั้ง หรือเวลามีอาการ (แก้อาการเจ็บคอ ใช้เพียง 1 กำมือ)
ฟ้าทะลายโจรรักษาฝีแผลพุพอง เตรียมโดยใช้ใบฟ้าทะลายโจรตำพอกหรือคั้นน้ำทาบริเวณฝีแผลพุพอง

ชื่อสมุนไพร : ว่านหางจระเข้
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aloe vera linn. var. chinensis (Haw.) Berg.
วงศ์ : ALOACEAE
ชื่อท้องถิ่น : ว่านไฟไหม้ (ภาคเหนือ), หางตะเข้ (ภาคกลาง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ว่านหางจระเข้เป็นพืชพื้นเมืองของทวีปอัฟริกา เป็นพืชล้มลุก ลำต้นสั้น ใบจะงอกขึ้นมาจากดิน ใบหนา โคนใบกว้าง 3-5 ซม. ใบยาว 20-50 ซม.
ปลายใบแหลม ริมใบหยักและมีหนามผิวใบสีเขียวและมีรอยกระสีขาว ภายในใบมีวุ้นและเมือกมาก ดอกออกจากกลางต้นเป็นช่อ ก้านดอกยาวมาก ดอกเป็นหลอดปลายแยก สีส้มแดงออกสีเหลืองเล็กน้อย

ส่วนที่ใช้เป็นยา
วุ้นจากใบสด

รสและสรรพคุณ
รสจืดเย็น

การเตรียมยาสมุนไพรแบบง่ายและวิธีใช้
วุ้นจากใบรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก โดยเลือกใบว่านที่อยู่ส่วนกลางของต้น เพราะใบใหญ่ได้วุ้นมากกว่าใบเล็ก ปอกเปลือกสีเขียวออกด้วยมีดที่
สะอาด ล้างยางให้สะอาดด้วยน้ำต้มสุกหรือน้ำด่างทับทิม ขูดเอาวุ้นใสมาทาบริเวณแผลให้ชุ่มอยู่ตลอดเวลา ในชั่วโมงแรก ต่อจากนั้นทาวันละ 3-4 ครั้ง
จนกว่าแผลจะหาย ช่วยระงับความเจ็บปวด ช่วยให้แผลหายเร็ว และไม่เกิดแผลเป็น วุ้นว่านหางจระเข้ยังใช้ทารักษาผิวไหม้ที่เกิดจากแดดเผาและจากการฉายรังสีได้ด้วย

ข้อควรระวัง
1.ก่อนใช้ว่าน ทดสอบดูว่าแพ้หรือไม่โดยเอาวุ้นทาบริเวณท้องแขนด้านใน ถ้าผิวไม่คันหรือแดงก็ใช้ได้
2.ควรล้างยางสีเหลืองที่อาจติดมากับวุ้นออกให้หมด เพราะจะเกิดอาการระคายเคืองต่อผิวหนังได้

ชื่อสมุนไพร : ว่านมหากาฬ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gynura pseudochina
DC.var.hispida Thv.
วงศ์ : ASTERACEAE
ชื่อท้องถิ่น : ดาวเรือง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ว่านมมหากาฬเป็นไม้ล้มลุก มีรากใหญ่ ลำต้นอวบน้ำเลื้อยทอดยาวไปตามดิน ชูยอดตั้งขึ้น ปลายยอดมีขนนุ่มสั้นปกคลุม ใบเดี่ยวเรียงสลับเวียนรอบต้น รูปใบหอกกลับ กว้าง 2.5-8 ซม. ยาว 6-30 ซม. ขอบใบหยักต่างๆ หลังใบสีม่วงเข้ม มีขน เส้นใบสีเขียว ท้องใบสีเขียวแกมเทา ดอกออกเป็นช่อ ที่ปลายยอด กลีบดอกสีเหลืองทอง ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก
ส่วนที่ใช้เป็นยา
ใบสด หัวใต้ดิน

รสและสรรพคุณ
ใบสดใช้โขลกผสมกับเหล้า ใช้พอกฝีหรือหัวลำมะลอก ทำให้เย็น ถอนพิษ บรรเทาอาการปวดแสบ ปวดร้อน ใช้กินดับพิษมหากาฬ พิษร้อน ไข้เซื่องซึม
กระสับกระส่าย รักษาพิษอักเสบ

การเตรียมยาสมุนไพรแบบง่ายและวิธีใช้
นำหัวว่านมหากาฬมาตำพอกหรือฝนกับน้ำปูนใสทาบริเวณที่เป็นฝีและแผลพุพอง วันละ 3-4 ครั้ง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น