อาการคัดหรือแน่นจมูก พบได้บ่อย แม้ว่าส่วนใหญ่ของอาการคัดจมูกจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรง นอกจากความสำคัญ แต่สำหรับบางท่าน อาการนี้เป็นต้นเหตุของความรู้สึกไม่สบาย และทำให้คุณภาพชีวิตลดลง การปล่อยให้อาการนี้เรื้อรัง อาจมีผลแทรกซ้อนต่ออวัยวะข้างเคียง
โครงสร้างของจมูก
จมูกส่วนนอกประกอบด้วยผิวหนัง เนื้อเยื่ออ่อน กระดูก และกระดูกอ่อน ส่วนภายในโพรงจมูกแยกเป็น 2 ช่อง โดยมีผนังกันช่องจมูก(dentum) ซึ่งประกอบด้วยเนื้อเยื่ออ่อน กระดูกอ่อน และกระดูกคั่นที่ด้านข้างของโพรงจมูกแต่ละข้างจะมีกระดูกเล็กๆ (tunbinate) 3 ชิ้นยื่นออก และให้กระดุกชิ้นบนและชิ้นกลางจะมีช่องทางติดต่อกับโพรงอากาศข้างจมูก (ไซนัส) ด้านหลังของโพรงจมูกจะมีรูเปิดของท่อปรับความดันอากาศระหว่างหูชั้นกลางกับภายนอก เยื่อบุภายในโพรงจมูกและโพรงอากาศข้างจมูกจะทำให้ลมที่หายใจเข้าสะอาดอุ่นและชื้นและยังทำให้ได้กลิ่นด้วย
สาเหตุ
สาเหตุของอาการคัดจมูกอาจแบ่งได้เป็น 4 ประเภท แต่ละประเภทอาจคาบเกี่ยวกันและผู้ป่วยคนหนึ่งอาจมีมากกว่า 1 สาเหตุ
การติดเชื้อ โรคหวัดพบบ่อยในเด็ก และพบน้อยลงเมื่อเป็นผู้ใหญ่ เพราะผู้ใหญ่สร้างภูมิต้านทานเพิ่มขึ้น โรคหวัดเกิดจากไวรัสต่างๆ ซึ่งแพร่โดยการกระจายทางอากาศ หรือจากมือไปยังจมูกมีผลให้มีการหลั่งสารเคมีอิาตามีน และมีเลือดไปเลี้ยงจมูกเพิ่มขึ้น เกิดอาการบวมของเนื้อเยื่อภายในจมูก และกระตุ้นเยื่อบุจมูกให้สร้างน้ำมูก ยาลดบวมและยาแก้แพ้จะช่วยบรรเทาอาการแต่ในผู้ป่วยบางคนอาจหายได้เอง
ระหว่างที่ติดหวัด จมูกจะมีความต้านทานต่อเชื้อแบคทีเรียลดลง ทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียของโพรงจมูก และไซนัสข้างเคียง มีผลทำให้น้ำมูกข้นและมีสีเหลืองและเขียว ปวดและกดเจ็บที่แก้มหรือฟันบน ระหว่างหัวตาและหน้าผาก
การติดเชื้อเรื้อรังของไซนัสอาจจะไม่มีอาการปวด แต่อาการคัดจมูกจะยังมีอยู่ และบ่อยครั้งที่มีเสมหะลงคอ บางคนอาจจะมีก้อนริดสีดวงจมูกร่วมด้วย การติดเชื้อของไซนัสอาจแพร่กระจายไปยังทางเดินหายใจส่วนล่าง ทำให้ไอเรื้อรังจากหลอดลมอักเสบ เป็นโรคหอบหืดหรือปอดบวม
การติดเชื้อเฉียบพลันของไซนัสส่วนใหญ่รักษาได้ด้วยการใช้ยาต้านจุลชีพ แต่ไซนัสอักเสบเรื้อรังอาจจำเป็นต้องทำการผ่าตัด
ความผิดปกติทางโครงสร้าง
ความผิดปกติทางโครงสร้างได้แก่ภาวะผิดรูปของจมูกภายนอก ในส่วนที่เป็นกระดูกหรือกระดูกอ่อน เช่น ยุบหรือคด และผนังกันช่องจมูกคด ความผิดปกติดังกล่าวเกิดจากการบาดเจ็บในช่วงหนึ่งช่วงใดของชีวิต บางครั้งเกิดขึ้นตั้งแต่วัยเด็ก ความผิดปกติเหล่านี้ แก้ไขได้ ด้วยการผ่ตัด แต่ทั้งนี้ต้องดูระยะเวลาที่เหมาะสมด้วย
สาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ต่อมแอดิบอยด์ (ซึ่งอยู่ที่หลังโพรงจมูก) มีขนาดโต พบบในเด็ก โดยที่เด็กเหล่านี้จะหายใจเสียงดังเวลานอนหลับและกรน ถ้าเป็นอยู่นานเด็กจะหายใจทางปาก มีใบหน้าซึมเศร้า และฝันผิดปกติ ภาวะนี้พบมากในประเทศแถวตะวันตก ในประเทศไทยพบได้พอสมควร การรักษาคือการผ่าตัด
สาเหตุอื่นๆ ได้แก่เนื้องอก และสิ่งแปลกปลอม ในเด็กเล็กหรือคนปัญญาอ่อน อาจใส่สิ่งแปลกปลอมเข้าไปในโพรงจมูก ทำให้จมูกข้างนั้นมีกลิ่นเหม็น การรักษากระทำโดยการคีบเอาสิ่งแปลกปลอมออก
โรคภูมิแพ้ของจมูก
ส่วนใหญ่โรคภูมิแพ้ของจมูกเกิดจากสิ่งที่สูดเข้าไป เช่น เกสรดอกไม้ เชื้อราในฝุ่นผง และขนสัตว์ เป็นต้น การสิ่งที่สูดเข้าไปอาจเกิดเป็นฤดูหรือเป็นทั้งปี มีส่วนน้อยเกิดจากการแพ้อาหาร ในผู้ป่วยที่มีอาการแพ้จะมีการหลั่งสารฮีสตามีน ซึ่งส่วนใหญ่จะทำให้เกิดอาการง่วง ยาอีกประเภทหนึ่งที่ใช้ คือยาลดบวมในจมูก ยาเหล่านี้ผู้ป่วยไม่ควรซื้อมาใช้เอง เพราะมีผลข้างเคียงต่างๆ
นอกจากนี้ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง หัวใจเต็นไม่สม่ำเสมอ คอหอยพอกชนิดเป็นพิษ ต้อหิน ชายสูงอายุที่มีต่อมลูกหมากโต และหญิงมีครรภ์ไม่ควรซื้อยาใช้เอง ควรรักษาจากแพทย์จะปลอดภัยกว่า
การฉีดวัคซีนเป็นวิธีที่ได้ผลดี ในกรณีทีใช้ยารับประทานไม่ค่อยได้ผล แต่การรักษาต้องใช้เวลานานเป็นแรมปี
เวโซมอเตอร์ ไรไนทิส (Vasomotor Rhinitis)
หลอดเลือดที่เลี้ยงเยื้อบุภายในจมูกมีมากมาย สามารถขยายและหดตัว ปกติหลอดเลือดเหล่านี้จะอยู่ในภาวะกึ่งหดตัว กึ่งขยายตัวเมื่อคนเราออกกำลังกาย ฮอร์โมนแอดริมาสินจะเพิ่มขึ้น เกิดการหดตัวของหลอดเลือดภายในโพรงจมูกทำให้โพรงจมูกโล่ง และคนนั้นหายใจได้สดวก ภาวะตรงข้ามเกิดขึ้นเมื่อเป็นหวัด หรือมีโรคภูมิแพ้
นอกจากโรคภูมิแพ้ และการติดเชื้อแล้ว ยังมีสาเหตุอื่นๆที่ทำให้หลอดเลือดภายในจมูกเกิดการขยายตัวเกิดการอักเสบแบบเวโซมอเตอร์ ไรไนทิส ภาวะเหล่านี้ได้แก่ภาวะเครียด ต่อมธัยรอยด์ทำหน้าที่น้อยกว่าปกติ การตั้งครรภ์ ยาลดความดันโลหิตบางชนิด การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแบบฉับพลัน การใช้ยาลดอาการบวมภายในโพรงจมูก พ่นจมูกนานเกินไป รวมทั้งสิ่งระคายเคือง เช่น น้ำหอม บุหรี่
การป้องกัน
รับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ ออกกำลังกายเป็นประจำ พักเพียงพอและหลีกเลี่ยงความเครียด
หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงอุณหภุมิแบบฉับพลัน
หลีกเลี่ยงสิ่งที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ หรือระคายเคือง เช่น ละอองเกสรดอกไม้ ฝุ่นละออง ควันบุหรี่ หรือควันรถยนต์ และขนสัตว์
งดหรือลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์
อย่าใช้ยาพ่น หรือหยอดจมูกนานเกิน
ข้อมุลจากโรงพยาบาลไทยนครินทร์
วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น