วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2553

หยุดพิษบุหรี่มือสอง "เพื่อบ้านในฝัน"

การสูบบุหรี่นอกจากจะเกิดผลร้ายโดยตรงต่อตัวเองแล้ว บางครั้งก็เกิดผลร้ายต่อคนอื่นหรือคนใกล้ชิด ที่สูดเอาควันบุหรี่ที่คุณกำลังสูบโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเด็กซึ่งมีภูมิคุ้มกันน้อย หากสูดควันบุหรี่เข้าไปมากๆ ก็จะเกิดอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ และเป็นการสะสมสารก่อมะเร็งโดยตรง

พญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวร ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีตระหนักถึงอันตรายจากบุหรี่และควันบุหรี่มือสอง จึงได้จัดโครงการบ้านปลอดบุหรี่และขยายเครือข่ายการรณรงค์โครงการบ้านปลอดบุหรี่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นศูนย์กลางในการให้ความรู้สู่ประชาชน พ่อแม่/ผู้ปกครอง ให้ตระหนักถึงอันตรายและผลกระทบของการได้รับควันบุหรี่ที่จะเกิดขึ้นกับเด็กทั้งในด้านความเสี่ยงปัญหาสุขภาพที่จะเกิดขึ้นและเน้นแบบอย่างของการไม่สูบบุหรี่ของพ่อแม่/ผู้ปกครอง ด้วยการรณรงค์ให้ "บ้านปลอดบุหรี่" พร้อมขยายเครือข่ายโครงการบ้านปลอดบุหรี่ไปยังโรงพยาบาลอื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ ทั้งนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีของเด็กไทย

รศ.คลินิก (พิเศษ) แพทย์หญิงมุกดา หวังวีรวงศ์ ประธานคณะกรรมการโครงการบ้านปลอดบุหรี่ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะที่สถาบันฯ เป็นศูนย์กลางการรณรงค์ให้บ้านปลอดบุหรี่จึงได้พัฒนาระบบการบริการสำหรับให้ความรู้ และส่งเสริมการเลิกสูบบุหรี่ โดยเริ่มให้กับบุคลากร ผู้ปกครอง และผู้ใช้บริการของสถาบันฯ ทั้งในแผนกผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ทั้งนี้ ได้ทำต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเปิดเผยเกี่ยวกับพิษภัยควันบุหรี่มือสองในบ้านที่มีผู้ปกครองสูบบุหรี่ พบว่า เด็กมีปัญหาเกี่ยวกับโรคระบบทางเดินหายใจ ไม่ว่าจะเป็นหลอดลมอักเสบ การเป็นหวัดบ่อยขึ้น โดยเฉพาะโรคหืดมากถึงร้อยละ80 สถาบันฯ ได้เก็บรวบรวมข้อมูลความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการสูบบุหรี่ จากพ่อแม่/ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานอายุแรกเกิด 12 ปี ที่นำบุตรหลานมารับบริการตรวจรักษาที่สถาบันสุขภาพเด็กฯ พบว่า มีพ่อแม่/ผู้ปกครองที่สูบบุหรี่ในบ้านที่มีเด็กร้อยละ 82 และร้อยละ 50 ไม่เคยทราบว่าโรคต่างๆ ในเด็กเกี่ยวข้องกับการได้รับควันบุหรี่มือสอง นอกจากนี้ 1 ใน 3 เคยเห็นบุตรหลานเลียนแบบท่าทางการสูบบุหรี่ ซึ่งสถาบันฯได้ทำสื่อการเรียนรู้เรื่อง"บ้านปลอดบุหรี่"ไว้ด้านหลังบัตรคิวฉีดวัคซีนและคลินิกต่างๆ เพื่อให้ผู้ปกครองที่นำบุตรหลานเข้ารับบริการได้รับความรู้จากพิษภัยควันบุหรี่มือสองโดย

ตรง รวมถึงสื่อเพื่อการรณรงค์อื่นๆส่งมอบต่อให้ รพ.เครือข่ายใช้เพื่อการร่วมรณรงค์อีกด้วย ท้ายสุด รศ.คลินิก (พิเศษ)แพทย์หญิงมุกดา หวังวีรวงศ์ ยังแนะวิธีป้องกันภัยลูกรักจากควันบุหรี่มือสองว่า การทำให้บ้านปลอดบุหรี่ รวมทั้งในรถยนต์ส่วนตัวและที่ทำงานสอน ลูกรักให้อยู่ห่างจากผู้สูบบุหรี่ เลือกรับประทานอาหารในร้านที่ปลอดบุหรี่ทั้งร้าน หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด หรือ

อากาศถ่ายเทไม่สะดวกและรวมถึงการขอร้องคนสูบบุหรี่อย่าสูบบุหรี่ใกล้ลูกรักของเราเป็นวิธีง่ายๆ ที่พ่อแม่สามารถทำได้ เพื่อช่วยให้ลูกรักปลอดภัยจากควันบุหรี่มือสอง

อย่างที่ทราบว่า บุหรี่ไม่เป็นผลดีต่อคนสูบหรือคนใกล้ชิด การห้ามไม่ให้คนอื่นสูบบุหรี่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่หากเข้าใจและรู้จักป้องกันเราก็จะไม่ตกเป็นเหยื่อของควันบุหรี่ฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะลดความเสี่ยงต่อโรคที่เกิดจากควันบุหรี่อีกต่อไป

ขอบพระคุณหนังสือพิมพ์สยามรัฐ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น