วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2552

รังแค และ วิธีการรักษา

รังแค (Pityriasis Capitis)

หมายถึงขุยเล็กๆ ที่หลุดจากหนังศีรษะ โดยหนังศีรษะจะไม่มีความผิดปกติอื่น ขุยที่ออกมาอาจแห้ง หรือมีไขมัน(sebum) เคลือบอยู่ก็ได้

เดิมเชื่อกันว่า รังแคเกิดจากการที่ชั้นผิวหนังแบ่งตัวเร็วกว่าปกติ หลุดลอกมาทับถมกัน แต่มีผู้แย้งว่า การที่ผิวแบ่งตัวเร็วอาจเป็นเพราะมีขุยหลุดออกมามากเป็นสาเหตุของการเกิดรังแค

ปัจจุบันเชื่อว่า เชื้อโรค P.ovale น่าจะเป็นสาเหตุของโรคนี้ เนื่องจากมีผลการรักษาด้วยยา Ketoconazole อันเป็นยาต้านเชื้อรา และไม่มี ฤทธิ์ขัดขวางการแบ่งตัวของผิวหนัง ใช้ได้ผลดีในการรักษารังแค


การรักษา

ยาสระผมที่มีส่วนผสมของ Coal Tar,Zinc Pyrithione,Pyroctone Olamine หรือ Selenium Sulfide มักได้ผลเป็นครั้งคราว

Ketoconazole สามารถกำจัดเชื้อ P.ovale ได้ดี
สารอาหารที่มีส่วนช่วยลดอาการได้แก่ เลซิทิน,เกลือแร่สังกะสี,แมกนีเซียม และบี6

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ดูแล ไต อย่าปล่อยให้ ไตวาย...!!


ข้อควรตระหนัก
รู้ว่าเป็นโรคไตแล้วควรให้หมอรักษาดีที่สุด
งดอาหารผัดน้ำมัน
ล้างลำไส้ หรือ ระบบดูดซึม เป็นประจำด้วยสูตร
  1. มะละกอดิบต้มน้ำ เอาน้ำมาชงชาดื่ม
  2. โยเกิต+นมสด+น้ำผึ้ง+มะนาว
  3. ใช้เห็ดสามอย่างขึ้นไป นำมาปรุงอาหาร(ห้ามผัดมะนาว)
อาหารบำรุงไต
เช่น น้ำกระชาย เม็ดบัว เห็ดหูหนูดำ ลูกเกด องุ่นดำ ถั่วดำ งาดำ ลูกแปะก้วย ผลไม้ชื่อลูกไข่เน่า กล้วยตาก ลูกสำรอง เฉาก๊วย แก้วมังกร ถั่วห้าสี ผักดอง ผลไม้ดอง

สูตรละลายนิ่วในไต
  • กินแกนสับปะรดวันละ 3 แกน หรือจะปั่นกิน คู่่กับใบโหระพาก็ได้กินจนหายปวดหลัง (สังเกตุตัวเอง)
  • เหล้าขาว 1 ก๊ง เติมมะนาว 1 ลูก กินก่อนนอน 10- 20วัน แล้วหยุดกิน

สูตรล้างไต
  • รากหมาก รากมะพร้าว รากตาล ลูกใต้ใบ ต้มรวมกัน เอามาดื่มเพื่อล้างไต
  • ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ใบมะนาว กระชาย หอมแดง ใบสะระแหน่ อย่างละ 1 กำมือใส่ในหม้อดิน เติมน้ำให้ท่วม ต้มให้เดือด รอจนเย็น แล้วกินให้หมดภายใน 1 วัน

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2552

โรคไต และสาเหตุของโรค


คาดกันว่าอีก 5 ปีข้างหน้าจะมีผู้รอล้างไตเพิ่มอีก 9 ล้านคนอย่างน้อย โรคไตนั้นสาเหตุเกิดจากระบบดูดซึมไม่ดี ทำให้อาหารที่กินไปนั้นเข้าตัวไม่ได้ และถูกส่งไปให้ไตขับทิ้ง ทำให้ไตทำงานอย่างหนัก

  • ลำไส้เล็ต้องดูดซึมกลุ่มสารอาหาร ที่จะไปสร้างกรดอะมิโนเพื่อไปสร้างเซลล์ใหม่ เช่น เซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์ประสาท เซลล์กระดูก ได้แก่ โปรตีน วิตามิน ซี,บี1,บี3,บี6
  • ลำไส้ใหญ่ต้องดูดซึมกลุ่มอาหาร ที่จะไปสร้างเม็ดเลือดเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย ได้แก่ วิตมิน เอ,ซี,อี
*ถ้าลำไส้เล็กดูดซึมไม่หมดก็จะส่งไปให้ไต

ไต มีหน้าที่กรองเลือดหาเม็ดเลือดที่หมดอายุ เพื่อกรองออกไป
สาเหตุที่ทำให้ไตทำงานหนักโดยไม่จำเป็น
  1. กินอาหารรสจัด
  2. กินอาหารผัดน้ำมัน
  3. กินเนื้อสัตว์ แล้วไม่กินวิตามิน C,B1,B3,B6 ซึ่งช่วยเปลี่ยนโปรตีนเป็นกรดอะมิโน
  4. เกิดจากความเครียด กลัว วิตกกังวล ชอบข่มขู่คนอื่น จึงทำให้ร่างกายผลิตไขมันฝ่ายร้ายขึ้นมา
***ถ้าดูแลปอดดี ไตจะแข็งแรง เมื่อไตแข็งแรง กระดูกก็จะแข็งแรงไปด้วย ความสัมพันธ์นี้ ควรจดจำให้ดีเพราะมีประโยชน์ในการ ประยุกต์ใช้ต่อไปครับ***

เมื่อทราบถึงสาเหตุแห่งความเสื่อมอันทำให้เป็นโรคไตแล้วคราวหน้าเราจะมา ศึกษาวิธีดูแลไตด้วยกันครับ

มีปัญหา เกี่ยวกับตับฟังทางนี้!! เทคนิคฟื้นฟูตับ


วันนี้ผมมีเทคนิคไม่ลับมาบอกอีกแล้วครับสำหรับคนเป็นโรคตับ คงมีไม่กี่คนที่รู้จัก "หญ้าหวาน" ซึ่งเป็นสมุรไพรอย่างนึงมีฤทธิ์ ช่วยในการบำรุง ฟื้นฟูตับอ่อนให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้งนึงครับ

ใช้ใบหญ้าหวาน แห้งมาชงน้ำร้อน หรือต้ม แล้วใช้เฉพาะน้ำผสมกับเครื่องดื่ม แทนน้ำตาล รับประทานสมั่มเสมอ เพียงเท่านี้ล่ะครับ ตับของคุณก็จะกลับมาแข็งแรงอีกครั้งนึง (มีขายย่านเยาวราช)

นอกจากช่วยบำรุงตับแล้วหญ้าหวานยังช่วย บำรุงธาตุในร่างกายเราด้วยครับ มีประโยชน์อย่างนี้ไม่ลองนำเทคนิคดีๆไปใช้ก็เสียดายแย่สิครับ

พบกับผมใหม่ครั้งหน้าเราจะมาเจาะลึกโรคไตกันครับ

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สูตรหน้าใส โดนใจวัยเอ๊าะ!

วันนี้ผมได้นำสูตรเด็ด มาเป็นการพักผ่อนจากเรื่องเครียดๆนะครับ เคล็ดไม่ลับนี้เหมาะกับยุคปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง หลายคนไม่มีเวลาดูแลหน้าตาตัวเอง หน้าตาหมองคล้ำ หม่นหมอง

วันนี้แหล่ะครับผมจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ด้วย แตงไทย และ โยเกิร์ต ครับ
เตรียมอุปกรณ์
  1. แตงไทยไม่สุกมาก 1 ชิ้น
  2. โยเกิร์ต 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
ล้างแตงไทยให้สะอาดหลายๆน้ำ จากนั้นก็นำมาปอกเปลือกจนหมด แล้วหั่นแตงไทยเป็นชิ้นเล็กๆครับ ต่อมาทำการใส่เครื่องปั่น หรือใช้ช้อน ยี ให้เละเลย...

เติมโยเกิร์ตที่เตรียมไว้ผสมลงไป จากนั้นก็ปั่นให้เป็นเนื้อครีม เสร็จสับเรียบร้อยก็ล้างหน้าแล้วทาให้ทั่วใบหน้าเลยครับ(เว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก) ทิ้งไว้15 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด

ใช้สูตรนี้ทุกๆ สองสัปดาห์นะครับ รับรองผิวหน้าคุณจะสะอาดเกลี้ยงเกลาใสสมใจเลยครับ


สิ่งดีๆแบบนี้ผมจะนำมาฝากในครั้งต่อไป เจอกันได้เลย

ช่วงตี 5 - 9 โมงเช้าควรทำอะไร?

จากที่ได้กล่าวไปในบทความที่แล้วถึงความผิดพลาด ในการใช้ชีวิตของเราในปัจจุบันอันส่งผลกระทบต่อสุขภาพ กายและจิต โดยรู้เท่าไม่ถึงการ ต่อไปนี้คือสิ่งที่เราควรปฏิบัติ ในเวลา ตี5-9 โมงเช้า

เริ่มต้นด้วย การขับถ่ายในช่วงตี 5-7 โมง เทคนิคที่จะทำให้เราขับถ่ายได้อย่างง่ายดาย มีดังนี้


  1. ดื่มน้ำทันทีหลังจากตื่นนอน ในปริมาณอย่างน้อย ครึ่งลิตร "โห ครึ่งลิตรใครจะกินได้ขนาดนั้น" ก็ผมกินอยู่ทุกวันน่ะครับ ซึ่งจริงๆแล้วผม ดื่ม 1 ลิตรหรือมากกว่าด้วยซ้ำ เทคนิคคือไม่ต้องรับประทานทีเดียวหมด ดึ่มอึกใหญ่ๆ ทำอะไรไปด้วย แล้ว กลับมาดื่มอีก สักพักเราจะรู้สึกปวดท้องและอยากขับถ่ายขึ้นมาครับ โดยน้ำดื่มขอให้เป็นน้ำที่มีอุณหภูมิห้องครับ

  2. หลังจากดื่มครึ่งลิตรแล้วถ้าไม่รู้สึกอยากขับถ่าย ก็ขอให้ บังคับตัวเองเข้าไปนั่งทำอารมณ์บนชักโครกไปก่อนครับ ในครั้งแรกๆถ้าเราไม่เคยถ่ายในเวลานี้มาก่อนอาจจะยากเย็นอยู่นิดหน่อย แต่ในระยะยาวแล้วจะเป็นไปโดยอัตโนมัติครับ

  3. น้ำที่ดื่มอาจ บีบมะนาวฝาน สัก2ชิ้นครับเพื่อทำให้ร่างกายเกิดปฏิกริยาอยากขับถ่ายมากขึ้นครับ และที่สำคัญขอให้ดื่มน้ำทันทีหลังจากตื่นนอน ห้ามแปรงฟันก่อนนะครับ เพราะน้ำลายบูดเราจะเป็นตัวช่วยอย่างดีให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้นครับ

ภาพรวมก็คือ เราจะ*ตื่นนอนในช่วงตี 4 นับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะ จากนั้นเราจะหาน้ำมากิน โดยใส่ขวดเป็บซี่พลาสติกขนาด 1.25 ลิตรแหล่ะครับ ดื่มไปด้วยเดินชมบรรยากาศนอกบ้าน หรือทำอะไรไปด้วยก็ได้ พอได้เวลา ตี5-7 โมงเช้าเราก็ขับถ่าย "แต่ไม่ใช่ขับถ่าย 2 ชม. ไม่ออกจากห้องน้ำนะครับ" อย่าเข้าใจผิดอย่างนั้น ผมหมายถึงให้เราขับถ่ายในช่วงเวลาไม่เกิน 7 โมงครับ


หมายเหตุ นอกจากการดื่มน้ำในตอนเช้าในปริมาณที่มากๆจะช่วยให้เราขับถ่ายได้ง่ายดาย และคล่องขึ้นแล้วนั้น ยังจะส่งผลถึงการมี สุขภาพ ผิวพรรณที่ดี เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล ด้วยครับ ซึ่งถือเป็นของแถมที่หลายคนคงถูกใจแน่ๆครับ


ส่วนเวลา 7-9 โมงเช้านั้นก็ง่ายๆครับ แค่หาข้าวหาปลากินซะยิ่งเยอะยิ่งดีนะครับ หากใครเป็นคนทานเก่งผมแนะนำให้ทานได้เต็มที่ในช่วงเวลานี้เท่านั้นนะครับ เพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาของกระเพาะอาหารครับ จริงๆแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเวลารับประทานอาหาร หนึ่งเดียวของวัน ของมนุษย์ด้วยซ้ำครับ ไม่นับรวมเด็กที่กำลังต้องการสารอาหารในการเจริญเติบโตนะครับ ผู้ใหญ่อย่างเรานี่แหล่ะครับเวลานี้เวลาเดียวเหมาะสุด


วันนี้พอเท่านี้ก่อนนะครับพอดีมีงานด่วนวันพรุ่งนี้ผมจะนำสิ่งดีๆมาฝากอีกนะครับ


วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2552

คุณกำลังรับประทาน อุจจาระ ของตัวเองอยู่หรือเปล่า?

"จะบ้าหรือไง ใครจะไปกิน อึ ตัวเองได้" คุณเป็นคนหนึ่งรึเปล่า ที่ไม่ได้ขับถ่ายในช่วงระหว่าง ตี 5-7 โมงเช้า? ช่วงเวลาที่ว่าเป็นช่วงเวลาของ ลำไส้ใหญ่ ในการทำหน้าที่ ขับถ่ายหนัก


แล้วคุณได้ รับประทานอาหารเช้า ตอน 7-9 โมงเช้าหรือไม่? "ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาของกระเพาะ ที่จะทำหน้าที่ย่อยอาหารแล้วส่งพลังงานไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายเรา
หากคุณไม่ได้ทำทั้งสองอย่างนี้คุณก็คือบุคคลที่กำลังรับประทานอุจจาระของตัวเอง" การทำงานของลำไส้ใหญ่เริ่มต้นที่เวลา ตี 5-7 โมงเช้าเป็นช่วงเวลาที่คุณควรจะต้องขับถ่ายหนัก แต่หากคุณไม่ได้ทำ ของเสียเหล่านั้นก็จะอยู่กับคุณต่อไป
แล้วหากถึงเวลา 7 โมงเช้า ถึง 9 โมง คุณไม่ได้รับประทานอาหารเช้าล่ะก็ สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณคือ ของเสียกากมูลเหล่านั้น จะไหลย้อนกลับขึ้นมาสู่กระเพาะอาหาร เพื่อทำการย่อยซ้ำอีกครั้งหนึ่งและถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดส่งไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย
ลองนึกดูสิ อุจจาระที่ควรจะเอาออกโดยการขับถ่าย ตอนตี5-7โมง ซึ่งมีทั้งก๊าซพิษ สิ่งที่บูดเน่า ด้วยอุณหภูมิ 37 องศาของร่างกายเรา จะถูกนำมาย่อยอีกครั้งโดยอัตโนมัติ "คุณพระช่วย!!"
ผลเสียที่ตามมาหลังจากวันนั้นของวันก็คือ


  1. ก่อนเที่ยงถึงบ่าย จะง่วงนอนเพราะว่าเลือดที่ไม่สะอาดส่งไปเลี้ยงหัวใจ คุณจึงอ่อนล้าและไม่สดชื่น
  2. มีกลิ่นตัว กลิ่นปาก แม้ตัวคุณเองจะไม่ค่อยได้กลิ่นแต่ลองถามคนใกล้ตัวคุณดูได้ โดยกลิ่นเหล่านี้มาจากเลือดเสียที่ไปเลี้ยงปอด ปอดก็จะขับถ่ายออกทางผิวหนังและลมหายใจ

หากปล่อยไว้นานโดยไม่ได้เปลี่ยนแปลง ระยะเวลาแรมปีแรมเดือนนั้น จะทำให้เกิดอาการ ความจำเสื่อมเร็วเนื่องจากเลือดไม่สะอาดไปเลี้ยงสมอง ปวดเข่า และเป็นริดสีดวงทวาร

คราวหน้าเราจะมาว่ากันถึงวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้องกันครับว่าควรปฏิบัติตนอย่างไร

สงสัยหรือไม่ ทำไม คนไม่กินเหล้า สูบบุหรี่ แต่เป็น มะเร็ง!!?


"นาฬิกาชีวิต" บทเรียนแห่งร่างกาย ที่มิอาจมองข้ามความสำคัญไปได้ อย่ารอให้สายเกินไป..

ว่ากันว่าร่างกายของเรานั้น ประกอบด้วยอวัยวะต่างๆ ซึ่งทำหน้าที่แตกต่างกันไป และบรรดาอวัยวะเหล่านั้น ก็มีเวลาที่ตัวเองเข้างาน และเวลาที่จะได้พักผ่อน..

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากเวลาที่จะได้พักผ่อน แต่กลับต้องมาแบกภาระหน้าที่ต่อไป อะไรที่หนักไปย่อมที่จะ ส่งผลเสียเสมอ...

ช่วงตีหนึ่ง ถึงตีสามเป็นเวลาของตับ!
ตับมีหน้าที่ขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย ตับจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อเรานอนหลับพักผ่อน แล้วถ้าเวลานั้นยังไม่นอนล่ะ..?!!

เมื่อร่างกายไม่ได้ขับสารพิษ ผลเสียย่อมเกิดขึ้นกับเรา แต่ในระยะแรกๆคงไม่รู้สึกแตกต่างอะไรมาก นอกจากเพลียเล็กน้อย หรือไม่ ก็ไม่เพลียเลยเพราะยังหนุ่ม สาว สุขภาพจึงดี...

แต่! ถ้าระยะยาวล่ะ? เมื่อสารพิษที่ไม่ได้ถูกกำจัดออกอยู่ที่ส่วนใดในร่างกายมากๆ ความเสื่อม และบกพร่องของอวัยวะส่วนั้น ย่อมเกิดขึ้น!



"คนเป็นมะเร็งมากขึ้นในยุคปัจจุบัน" แล้วเราใช้ชีวิตแบบไหนอยู่? เราทำให้ร่างกายอดขับถ่ายสารพิษหรือไม่? แล้วการที่ใช้ชีวิตแบบอดขับสารพิษ เท่ากับว่าเราเอาอายุไขไปแลกกับอะไรบางอย่าง...

สิ่งที่เรากำลังเอาอายุไขไปแลกนั้น คุ้มกันหรือไม่? เล่นเกมส์อยู่ ดูละคร ฟังเพลง กินเหล้าเบียร์ ตัดสินใจดูว่า "คุ้มค่าหรือไม่คุ้ม" ถ้าเป็นอย่างหลัง เราต้องเปลี่ยนนะ!! เพื่อตัวเอง เพื่อคนที่เรารัก และเพื่อคนที่รักเรา...

บางคนไม่เคยกินเหล้า สูบบุหรี่ แถมยังเป็นคนจิตใจเบิกบานดีด้วย ทำไมเขาเป็นมะเร็ง และต้องจากพวกเราไปอย่างรวดเร็ว ทำไม...?

ผมและอีกหลายๆคนเชื่อว่า "ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ" และก็หวังอย่างยิ่งให้คุณสุขภาพดี และแข็งแร็ง จิตใจ ผ่องใสและเบิกบาน... แล้วผมจะนำสิ่งดีๆมาบอกกล่าวกันอีกครับ

ติดตามเรื่องราวแห่ง นาฬิกา ชีวิตได้ในครั้งต่อไปครับ